May 的个人资料~MayMe'~照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
~MayMe'~-Hiding some secrets is one of my favourite adventure- |
|||||
|
2月16日 ขอบใจนะ"ขอบใจนะที่ครั้งเธอเคยยอมฝืนใจตัวเอง ขอบใจนะชั้นรู้ว่าเธอทำดีที่สุดแล้ว
อย่างน้อยครั้งหนึ่งที่พยายามทุ่มเท อดทนให้กัน แค่นั้นก็ดีมากมาย"
ตอนนี้ชอบเพลงอ่ะ
ทำไมช่วงนี้อารมณ์อ่อนไหวยังไงก็ไม่รู้
แต่ก้อยังมีอะไรให้ทำอีกตั้งเยอะ สู้ต่อไป เย้!
12月9日 คืนอันเป็นนิรันดร์เหมือนว่าเราจะมอง..
ไม่เห็นหนทางใด ตกอยู่ในความมืดบอด ตกอยู่ในห่วงใจที่อ่อนไหว เหมือนจะเป็นกลางคืนอันยาวนาน.. ว่าฟ้าไม่มีแสงใด มองไปรอบกาย.. หัวใจก็พลันหวาดกลัว ว่าเหตุใดคืนที่ยาวนานไม่ผ่านไปเสียที จากนี้จะมีหนทางอื่นอีกไหม แต่อย่างไรก็ตามยังมีตะวันที่ฉายในวันต่อไ ป แต่ไม่รู้ต้องรอเมื่อไหร่.. หรือใจเราคงจะอยู่กับคืนอันเป็นนิรันดร์
**ว่าเหตุใดคืนที่ยาวนาน ไม่ผ่านไปเสียที จากนี้จะมีหนทางอื่นอีกไหม แต่อย่างไรก็ตามยังมีตะวันที่ฉายในวันต่อไป เมื่อเรามีเช้าวันใหม่
หวังใจว่าจะมีหน..ทาง เมื่อทุกข์ในวันเมื่อวาน
คืนกลับมาหาใจอันอ่อนแอ เหตุที่ใจแพ้.. เพราะเราต่างหากที่แพ้ใจ ความทุกข์จึงเป็นกลางคืนอันยาวนาน
แล้วมันจะผ่านไป.. ตราบใดเวลายังหมุนผ่าน.. ความทุกข์จะผ่าน เพราะไม่มีคืนใดเป็นนิรันดร์ วันคืนต้องผ่านนั่นคือเวลาอันเป็นนิรันดร์.. เพลงๆ นี้ ได้ยินครั้งแรกสมัยปี 1 กับละครเวทีนิเทศเรื่องแรกที่ได้ดู จำได้ว่าชอบเพลงนี้มาก และตอนนั้นก็ไม่รู้หรอกว่าพี่มะเดี่ยวเป็นคนแต่งเพลงนี้ จนกระทั่งหนังเรื่อง "รักแห่งสยาม" ที่โด่งดังอยู่ในขณะนี้ พี่มะเดี่ยวได้นำเพลงนี้มาใส่ในหนังของเค้า ทำให้เรานึกถึงคืนวันเก่าๆ สมัยยังเป็นนิสิตหน้าใสอยู่ตอนนั้น...
วันเวลามันช่างหมุนไปเร็วจริงๆ และเราก็โตขึ้นโดยไม่รู้ตัว... เด็กหญิงผู้สดใสคนนั้น เปลี่ยนเป็นหญิงสาวเต็มตัว ไม่ได้เป็นเด็กอีกต่อไปแล้ว... การเดินทางบนเส้นทางสายนี้ มันทำให้เราโตขึ้น มีความคิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม มันก็ยังไม่ใช่หนทางสำหรับเราอยู่ดี...
"ความทุกข์จะผ่าน เพราะไม่มีคืนใดเป็นนิรันดร์" ประโยคนี้เพราะจริงๆ มันทำให้เราคิดได้ และมีแรงใจต่อสู้ต่อไป สู้ๆ!! 11月28日 Welcome to the real WorldPeople say... You will not know the feeling of the real world until you graduate and start working.
I say... I knew the feeling of the real world when I faced the biggest obstacle I couldn't resist.
People say... You will be stronger and successful if you fight and get through it.
I say... I won't stand still and let he/she punches me.
I just an ordinary girl, have a heart, have emotion.
What do you want from me?
I'm so weak. I need power.
Why do you think I'm a super girl?
I'm just an ordinary girl.
I miss the happy life.
I miss writing.
I miss movies.
I miss the past.
I miss the impossible things.
Fighting Mayme',
Fight for the freedom,
Fight for happiness,
And the success is close to reach.
Where is my smile?
Miss you my dear.
Where is my heart?
Miss you my dear.
Where is me?
Miss you my dear.
Being a Webmaster
Miss you my dear
Being a Student
Miss you my dear
Being a Baby
Miss you my dear
I will end this journal with...
Miss you my dear
11月15日 เมื่อความอดทนถึงขีดสุด...ใครที่รู้จักเราดี ก็คงจะรู้ว่าเรานิสัยยังไง เราไม่ใช่คนก้าวร้าว แต่ก็ไม่ใช่คนอ่อนแอที่จะให้ใครมาข่มเหงเราได้...
ถึงวันนี้เริ่มสงสัยในตัวเองแล้วว่าเราเลือกทางเดินที่ผิดไปรึเปล่า เราเสียดายสิ่งที่เรารัก เราเสียดายและเสียใจที่ตัดสินใจอย่างงี้ เราไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าคนเราพอต้องการอะไร และอยากได้อะไรขึ้นมา จะต้องเอาให้ได้ และไม่ได้สนใจเลยว่าเราจะสามารถทำได้รึเปล่า กับเราผู้ที่ระยะเวลาในการทำงานเพียงเดือนกับอีก 2 อาทิตย์ เราจะรู้อะไร พอเราให้คำตอบไม่ได้ก็พยายามข่ม แต่ขอโทษนะ เมไม่ยอมให้ทำอย่างนั้นเป็นแน่
เมื่อเค้าแรงมา เราก็แรงไป เราจะยอมให้เค้ากระทำเราอยู่ฝ่ายเดียวได้ยังไง ชั้นก็คนนะเว่ย ชั้นก็มีขีดจำกัดของความอดทนเหมือนกัน ในเมื่อคุณล้ำเส้นนั้นมา ชั้นก็ต้องผลักคุณออกไป นั่นคือสิ่งที่เราต้องปกป้องตัวเอง มันอาจจะดูก้าวร้าว แต่ถ้าไม่จำเป็นเราก็ไม่ทำ
นี่คือครั้งแรกตั้งแต่ทำงานมา
เราเคยมีความสุขในการทำงาน แต่ตอนนี้ความสุขนั้นหายไปไหน แล้วถ้าเราไม่มีความสุขแล้วเราจะทำไปทำไม เราเกือบจะชอบสิ่งนี้อยู่แล้วเชียว เกือบจะรักมันแล้วเชียว แต่สิ่งที่เจอมันทำให้เราบั่นทอนหัวใจ ถ้าความอดทนถึงขีดสุดเมื่อไหร่ เมื่อนั้นคงถึงเวลาที่เราจะต้องไปเรียนต่อซะที
เราจะไม่ทำใครก่อน ถ้าหากเค้าไม่มาทำเราก่อน
ถ้าหากต้องการอย่างนั้น
ได้
กูไม่ง้อ! 10月27日 อยู่เพียงร่างที่ไร้วิญญาณเมื่อก่อนไม่เคยรู้สึกแบบนี้...
ในทุกๆเช้าของวันทำงาน เรามักจะตื่นขึ้นด้วยจิตใจที่เบิกบาน พร้อมจะไปทำงาน วันนี้จะทำอะไรดี วันนี้จะได้ไปงานที่ไหนบ้าง วันนี้จะได้ดูหนังมั้ย หรือจะเจอดาราสุดที่รักรึเปล่า เลือดมันสูบฉีดและอะดีนาลีนในร่างกายก็หลั่งไหลในทุกๆ วัน แต่พอเดี๋ยว ตื่นมาด้วยอารมณ์สับสน บอกกับตัวเองว่า "นี่หรือคือสิ่งที่เราต้องการ?" เราไม่ได้รังเกียจสิ่งนี้ แต่เราไม่ชอบกระบวนการของสิ่งนี้ และเราก็ไม่ได้เป็นเทวดา เราไม่สามารถที่จะเป็นได้ด้วยตัวเองภายในเร็ววัน มันต้องใช้ประสบการณ์ ความเก๋าเกม และการเรียนรู้ เค้าคิดอะไรอยู่ถึงคิดว่าชั้นเก่งนักหนา ชั้นก็เป็นแค่เพียงมนุษย์ธรรมดาๆ คนนึงเท่านั้น
มันก็ดีอยู่หรอกถ้าเค้าไม่คาดหวังในตัวชั้นมากเกินไป
มันจะดีมากๆ ถ้าเค้าเข้าใจชั้นมากกว่านี้
และมันจะดีที่สุด หากเค้าให้เวลาชั้นอีกซักหน่อย
ชั้นเชื่อว่าชั้นทำได้แน่
แต่ไม่ใช่ตอนนี้
การทำงานมันก็เหมือนการเรียน
การเรียนมี 3 อย่างคือ
1. เรียนในห้องเรียน
2. เรียนด้วยตัวเอง
3. เรียนพิเศษ
การทำงานก็เหมือนกัน แต่มันเน้นหนักไปคนละอย่าง
1. การทำงานแบบในห้องเรียน เจ้านายสั่งงานครั้งเดียวและจากไป ทำให้...
2. เราต้องมาเรียนรู้งานนั้นด้วยตัวเอง คลำๆ ไป งานนี้ต้องใช้เวลาเรียนรู้หน่อย เพราะกว่าอะไรๆ มันจะเข้าที่ก็ประมาณ 3 เดือน หรือ
3. เพื่อเป็นการเร่งรัดการเรียนรู้ พี่ที่เค้าทำอยู่ก่อน เค้าก็จะมาสอนวิธีการทำอย่างละเอียด เรามีอะไรก็สามารถถามและปรึกษาได้ทุกเมื่อ ก็เหมือนกับการเรียนพิเศษที่มีคุณครูคอยสอนอย่างใกล้ชิด การเรียนรู้ก็จะเป็นเร็วขึ้น
แต่กรณีของเรา...
เราต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง บวกกับเรียนในห้องเรียนที่มีอาจารย์สั่งงานอย่างเดียว จริงอยู่ที่เราจะเก่ง แต่มันก็ต้องใช้เวลา ชั้นไม่ใช่อัฉริยะบุคคล ไม่ใช่เทวดา เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นเอง
ช่วงนี้คือช่วงเวลาที่ลำบากใจมากที่สุด...
ถามว่าทำไม? เพราะมันคือช่วงที่เราต้องเหนื่อยกับการที่เราจะต้องเรียนรู้อะไรหลายๆ สิ่ง และทุกอย่างคือสิ่งใหม่ๆ สำหรับเรา มันยาก มันเหนื่อย และน่าท้อใจเป็นที่สุด แต่มันจะมีกำลังใจไม่น้อยถ้าหากผลตอบแทนที่ได้รับ มันคุ้มค่ากับการที่เราให้ใจไป แต่พอเราให้ใจไปทั้งหมด แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมา มันไม่เท่าเศษเสี้ยวที่เราให้ไป มันก็เลยเกินคำถามในใจว่า "แล้วชั้นจะทำไปเพื่ออะไร?" " แล้วชั้นจะอยู่ไปเพื่ออะไร?" เมื่อมันเกิดคำถามเหล่านี้ขึ้น สิ่งต่อมาที่พยายามคิดก็คือ... หรือว่าชั้นควรจะหาเส้นทางใหม่ ในเมื่อเส้นทางนี้ ชั้นรู้สึกว่ามันจะทำให้ชั้นเจ็บช้ำน้ำใจไปเปล่าๆ
การทำงานก็เหมือนการมีความรัก...
เมื่อเรารักใครมากๆ เรามีความสุขกับคนที่เรารัก แต่แล้วก็มีบางสิ่งบางอย่างมาทำให้เราไขว้เขว มาเบี่ยงเบนความสนใจของเราจากคนที่เรารัก จนในที่สุด เราก็ตัดสินใจไปหาคนใหม่ คนที่ดูเร้าใจกว่า แต่แล้วเมื่อเรามาคบกับเค้าเต็มตัว มันกลับไม่เป็นอย่างที่เราคิด แล้วเราก็เสียดายคนเก่า คนที่เรารักมาก แต่เราก็ไม่สามารถกลับไปหาเค้าได้แล้ว มันช่างลำบากใจจริงๆ
เรื่องราวที่เกิดขึ้นต่างๆ กับเราในตอนนี้ มันเป็นเครื่องพิสูจน์จิตใจของเราโดยแท้ ว่าเราจะอดทนสู้ต่อไปได้นานแค่ไหน ถ้าเราผ่านมันไปได้ เราก็จะเติบโตขึ้นอีกขั้น สู้ๆ เมเม่ หนทางยังอีกยาวไกล หาสิ่งที่ตัวเองรักให้เจอ แล้วเมื่อถึงวันนั้นเราคงจะได้มองกลับมาดูตัวเองตอนนี้ ว่าเราทุเรศแค่ไหนที่จะยอมแพ้มันง่ายๆ ไม่มีทาง! |
||||
|
|